Digital Matters ครั้งที่ 6

Sharing my content

          วันนี้ได้มีโอกาสไปร่วมงาน Digital Matters ครั้งที่ 6 ซึ่งจัดขึ้นโดย Thumbsup โดยหัวข้อหลักพูดเกี่ยวกับ “Turning Big Data into Marketing Weapons”

แน่นอนความรู้เนี่ยได้เพิ่มอยู่แล้ว แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่มันบังเอิญได้มาคือกำลังใจละก็ Inspiration บางอย่าง งานในวันนี้มีคนลงทะเบียนร่วมงานกว่า 250 คน แต่มากันจริงๆ นับจากสายตาน่าจะหลักร้อยกว่า (ก็ถือว่าเยอะมากทีเดียว) ตอนที่ลงทะเบียนแปลกใจมากว่าทำไมทุกคนมี Company Name แล้วชั้นล่ะ N/A แล้วก็รู้คำตอบคือ….มันเป็นงานสำหรับคนสาย Marketing ซึ่งคนที่มาร่วมงานก็มักมีสังกัดกันหมด มาเองบ้างหล่ะ บริษัทส่งมาบ้างล่ะ แต่ก็อย่างนั้นแหล่ะ… อย่าได้แคร์ เราเลือกแล้ว :D

          เริ่มต้นกันในช่วงแรกก็จะเป็นคุณปอง จักรพงศ์ (Thumbsup Co-founder) ได้กล่าวเกี่ยวกับที่มาที่ไปของงานนี้ และสรุปข่าวเด่นของ Thumbsup ในไตรมาสนี้ ยกตัวอย่างเช่น เรื่องที่ Tesco กำลังจะผลิตมือถือของตัวเอง,Facebook ซื้อ Like ได้อย่างถูกต้อง แล้วต่อไป Digital Marketer จะวัดอะไรกันดี, Youtube ถูกซื้อยอด View ได้อย่างถูกต้อง แล้วต่อไป Digital Marketer จะวัดอะไรกันดี? 

          ช่วงที่ 2 ก็จะเป็นการพูดในหัวข้อ “Revolution of Online Advertising with Big Data” จากบริษัท Syndacast  ได้อธิบายในส่วนของภาพรวมและนิยามของคำว่า Big Data, 3V (Velocity, Volumn, Variety), DMP และ Data Science

3V of big data
3V of big data
DMP
DMP
The new trend in Digital Advertising
The new trend in Digital Advertising

          ช่วงที่ 3 ก็จะเป็นการถามตอบ ในหัวข้อ “Today and Tomorrow of Big Data for digital maketers in Thailand” โดยแขกผู้ทรงคุณวุฒิคือคุณวัชระ เอมวัฒน์ (CEO และ Co-founder บริษัท Computerlogy จำกัด) และก็ ดร.อธิป อัศวานันท์ (Head of Strategic Projects and Innovation บริษัท True Corporation) ในส่วนนี้คือส่วน Highlight เลยก็ว่าได้ ตอบได้ดีทั้งคู่ และลึกซึ้งมาก ลึกซึ้งจนทำให้เรากลางเป็นมดในโลกอันกว้างใหญ่ คือไม่เคยรู้เลยว่ามันจะขนาดนี้ โดยเฉพาะเรื่อง Data Science

          การวิเคราะห์ Data เชิงลึกเพื่อมาทำการตลาด ที่บุคลากรในประเทศไทยแทบจะหาไม่ได้ ดังนั้นก็จะต้องควานหาคนที่จบจากเมืองนอกมาทำ ซึ่งค่าตัวสูงมาก การศึกษาในประเทศไทยก็ยังไม่มีครอบคลุมได้ถึงตรงนี้

          หลาย ๆ Agency มักจะคิดว่าตัวเองได้ใช้ Big Data ในการ Analyze ข้อมูลแล้ว แต่เป็นส่วนน้อยมากที่พวกเค้าจะเข้าในคำว่า Big Data ที่แท้จริงคืออะไร และน้อยมาก ๆ ที่จะรู้ว่าการวิเคราะห์เชิงลึกแล้วนำมาใช้ได้แบบมีประสิทธิภาพเนี่ยเป็นยังไง ยกตัวอย่าง ถ้าเป็น Agency วิเคราะห์ Data ก็จะนำมาแบ่งเป็น Segment ต่าง ๆ อาจจะซัก 10-100 Segments และแยกกลุ่ม Customer ออกไปแต่ละ Segment แต่การ Analyze Big Data มันจะลงไปลึกมากกว่านั้นมาก ๆ อาจจะเป็นหลักพันหลักหมื่น Segment เพื่อให้ได้ผลที่คุ้มค่าที่สุด

          การทำ Big Data ไม่สามารถใช้คนทำได้แน่นอน ใช้ Machine อย่างเดียว ดังนั้นคนที่จะทำในตรงจุดนี้ได้คงไม่ใช่นักการตลาดเบเบธรรมดาแน่ๆ

          ในศาสตร์นี้ไม่ใช่คนที่จบ Management หรือการตลาดทั่วไปจะเข้าใจ ควรจะเป็นคนที่จบ Statistics, Computer Science (Specialist in Big Data), เศรษฐศาสตร์ ที่เข้าใจเรื่องการคำนวณอย่างลึกซึ้ง และจะต้องเข้าในในหลักการทำการตลาด เข้าใจถึงโลกธุรกิจอีกด้วย (ฟังแล้ว…มันมีคนแบบนี้อยู่ในโลกด้วยหรือนี่ เก่งจัง ถ้าเราทำได้บ้างก็คงจะดีเนอะ)

          มี Case Study หลาย Case มาก ยกตัวอย่างคนที่ใช้ Big Data ในเชิงการตลาดคนแรกเลยก็คือ Obama เค้าจ้าง Specialist โดยเฉพาะเพื่อมาวิเคราะห์ Data และเข้าถึงคนกลุ่มนั้นได้ เค้าใช้ Social Media ต่าง ๆ ในการเข้าถึงทุกคน โดยผลเลือกตั้งชี้ชัดว่า คะแนนที่เค้าชนะล้วนมาจากการทำ Online Marketing ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นจำนวนมหาศาล (แต่จำไม่ได้ละว่าเท่าไร 5 แสนหรือ 5 ล้านเนี่ยแหล่ะ)

          ธุรกิจ Telecom เป็นธุรกิจที่รู้ Data ของคนเกือบทั้งประเทศ รู้ทุกความเคลื่อนไหว ลองคิดดู Telecom มีเสากี่ต้น มี Hotspot อีกกี่ที่ เป็นแสนๆ ล้านๆ แค่นี้ก็รู้แล้วว่าเราอยู่ตรงไหน ทำอะไร รู้กิจวัตรในทุกๆวัน แต่ยังดีที่มีกฎหมายควบคุมเอาไว้ ไม่อย่างนั้นล่ะก็…. งานได้เข้ากันถ้วนหน้าค่ะ

          รัฐบาลสหรัฐอเมริกา เป็นหน่วยงานเดียวที่สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้หมด แล้วเค้าก็ใช้ในการติดตามคนร้ายได้ด้วย นอกจากนั้นเค้ายังติดตามแขกพิเศษหรือคนใหญ่คนโตที่เข้ามาในประเทศ แล้วก็จัดการส่งของขวัญชิ้นพิเศษไปให้ถึงหน้าโรงแรมเลยก็มี

          ในปัจจุบันนี้มี Tools หลาย ๆ ตัวที่นำ Data มา Analyze ให้ได้แล้ว มีทั้งฟรีแล้วก็เสียเงิน ยกตัวอย่างเช่น Google Analytics ซึ่งข้อมูลที่ได้มาก็สามารถนำมาทำการตลาดได้จริง นำมาวิเคราะห์ได้ แต่ก็ยังไม่ใช่ข้อมูลเชิงลึกมาก ๆ เลยทีเดียว หากต้องการมากกว่านั้น ก็ต้องมี Data Science มาคอยช่วย

          นอกจากนี้ตอนนี้ บริษัท Computerlogy ก็ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาที่ชื่อว่า th3re เป็นการรวบรวมข้อมูลของ Social Media ต่าง ๆ เช่น Facebook, Twitter นำมาจัดให้อยู่ในรูปที่สามารถนำไปวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อวางแผนทางการตลาดได้ง่ายขึ้น (ลองดูแล้ว ดูง่าย UI ก็สวยเชียว :)

          มีอีกหลาย Case Study มาก ๆ ที่ฟังมาในวันนี้ อันนี้ยังได้ไม่ถึงครึ่ง ตอนฟัง ตั้งใจฟังมากไปหน่อย ไม่ได้จดมาเลยแม้แต่ตัวอักษรเดียว อันนี้ที่เขียนออกมานี่ได้มากจาก Memory ล้วน ๆ ดังนั้นถ้าหามีเนื้อหาบางส่วนตกหล่นไป หรือผิดพลาดไป ต้องขออภัย ณ ที่นี้ด้วยนะคะ :D Thumbsup.in.th

          ปล. สนใจเรื่อง Big Data ซะแล้วสิ ตอนแรกอยากเข้าไปคุยกับ Dr. แต่เห็น Dr. คุยกับคนนู้นคนนี้อยู่ ก็เลยเกรงใจ ไม่ดีกว่า… แล้วจะเริ่มยังไงดีเนี่ย… (เพื่อนบอก “แกรออีก 2 วันเดียวแกก็เลิกสนใจ ฮาาา”) อืม หาข้อมูลก่อนละกัน (เจอแต่มหาลัยเมืองนอกทั้งนั้นเลย ในไทยไม่เห็นมี) รออีก 2 วัน ดูซิความอยากจะหายไปมั้ย :D

          ปล.2 พิซซ่าและไก่นิวออลีน ทำให้ข้าพเจ้าอิ่มมากถึงมากที่สุด ขอบคุณพี่ ๆ จัดงานทุก ๆ คนที่ทำให้งานดี ๆ แบบนี้ออกมาด้วยนะคะ 

          ปล.3 ขอบคุณช่วงเวลาของการเป็น Freelance ที่ทำให้มีเวลาหาข้อมูลอะไรดีๆ ใส่ตัวมากขึ้น ได้เปิดโลกมากขึ้น (นี่ชั้นเปิดโลกมาจะครึ่งปีละนะ ฮาาา)

พาเพื่อนมาเปิดโลกกกก
พาเพื่อนมาเปิดโลกกกก



Sharing my content
แรงบันดาลใจครั้งใหม่ที่ได้จากงาน Digital Matters 6

Post navigation


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

* Copy This Password *

* Type Or Paste Password Here *

1,006 Spam Comments Blocked so far by Spam Free Wordpress

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>